เครื่องประดับไทยโบราณ น่าสนใจตรงไหน

Thai traditional jewelry

Thai traditional jewelry Interesting.

เครื่องประดับไทยโบราณเป็นอีกวัฒนธรรมที่มีคนศึกษา ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด บางคนเปิดกรุสะสมเครื่องประดับไทยโบราณก็มีเช่นกัน บางคนที่ไม่เคยเห็นอาจจะสงสัยว่าเครื่องประดับไทยมีความน่าสนใจตรงไหน เราได้สรุปจากคำบอกเล่าของคนสะสมเครื่องประดับไทยโบราณไว้ให้อ่านกันแล้วด้านล่าง

ประวัติความเป็นมา

เครื่องประดับไทยโบราณทุกชิ้นต้องมีที่มาของตัวเอง ประวัติเรื่องราว เรื่องเล่า เหล่านี้นี่แหละทำให้เครื่องประดับไทยโบราณมีความเข้มข้น น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น หากเราได้มีโอกาสชื่นชมสร้อยสังวาลที่มีประวัติสืบทอดจากเจ้านาย ขุนนางชั้นสูง เราจะรู้สึกอย่างไร ตื่นเต้น มหัศจรรย์ จนต้องมนต์เสน่ห์ของมันไปเลยจริงไหม

ลวดลายเฉพาะตัว

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีต เอาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาโน่นเลย เครื่องประดับไทยโบราณ โดยเฉพาะเครื่องทองนั้น เป็นสิ่งที่หายาก ทำได้ยาก จึงเหมาะกับสังคมชั้นสูง เจ้าขุนมูลนายเท่านั้น ขั้นตอนผลิตก็ยาก ช่างจะต้องเป็นช่างฝีมือจากในวังเท่านั้น ทุกผลงานของช่าง เค้าจะสร้างลวดลายเฉพาะตัว เฉพาะทางขึ้นมา นั่นทำให้งานเครื่องประดับไทยโบราณเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง บางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ที่ไม่สามารถผลิตขึ้นมาอีกได้เนื่องจากคนแกะสลักลายเสียชีวิต ยิ่งทำให้เครื่องประดับชิ้นนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก

เสน่ห์ในตัวเอง

หากใครได้เคยเห็นเครื่องประดับไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยสังวาล เข็มขัด สร้อยคอ ปิ่นปักผม หรือ กำไลข้อมือ ข้อเท้าล่ะก็ เราจะสถานการณ์เดียวกันก็คือ ไม่สามารถละสายตาจากสิ่งนั้นได้เลยชั่วขณะเวลาหนึ่ง มันเป็นเพราะว่าเครื่องประดับเหล่านั้นมีออร่า รังสีบางอย่างออกมาเพื่อสะกดเราไว้ให้อยู่กับที่ เหมือนมันมีเสน่ห์ในตัวเองจนเราต้องหันมามองมันอย่างควบคุมไม่ได้

ความยากในการค้นหา

ขึ้นชื่อว่าเครื่องประดับไทยโบราณ คำว่าโบราณนั่นหมายถึงมันหายากมากด้วย เครื่องประดับไทยโบราณบางชิ้นนี้หาโอกาสได้ดูยากมาก ยิ่งเป็นของในรั้ว ในวังยิ่งไปกันใหญ่ หากไม่มีโอกาสจริงๆคงไม่ได้เห็น ซึ่งความยากในการค้นหา หรือ โอกาสอันน้อยนิดเพื่อได้ชื่นชม ทำให้เครื่องประดับไทยโบราณมีความน่าสนใจขึ้นไปอีก

ระยะเวลาความโบราณ

เครื่องประดับไทยโบราณบางชิ้น ได้รับการสืบทอดกันภายในตระกูลขุนนาง ชนชั้นสูง จึงทำให้เครื่องประดับเหล่านี้มีอายุมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ บางชิ้นสืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โน่นเลย ยิ่งมีอายุมากหลายคนอาจจะมองว่าอาจจะทำให้มันเก่า ดูคร่ำครึ โบราณวัตถุ แต่เปล่าเลยบางชิ้นได้รับการดูแลอย่างดีจากตระกูลผู้ครอบครอง ทำให้ระยะเวลาของมันไม่เป็นอุปสรรค กลับกันยิ่งนาน ยิ่งแก่ กลับทำให้ยิ่งเก๋า ยิ่งดูมีคุณค่ามากขึ้นไปอีก บางชิ้นยังดูงดงามเหมือนช่างเพิ่งทำเสร็จไม่นานมานี้ก็มีเหมือนกัน ใครมีโอกาสได้เห็น ได้ชื่นชม บอกได้เลยว่าเป็นบุญตาของท่านแล้ว